ใครเล่าจักหลีกพ้นวังวนวัฏ
สุดจะขัดหลีกรึ้งเมื่อถึงฝั่ง
สรรพสัตว์นั่นแท้แค่มรณัง
มิอาจรั้งชีพไว้ดั่งใจปอง
อันมนุษย์สัตว์ใดในโลกหล้า
มรณารออยู่เป็นคู่สอง
เกิดและตายร่วมอยู่ดั่งคู่ครอง
ตามครรลองแห่งธรรมและกรรมเวร
ที่วายชนม์พ้นผ่านซึ่งวารหวัง
หมดกำลังเพียงฝากสิ่งยากเข็ญ
ญาติการ่วมรับช่วยดับเวร
หวังให้เป็นอานิสงส์ส่งเทวัญ
ดั่งคำพระสอนไว้ให้ตระหนัก
จงเพียรพักสดับไว้ไม่แปรผัน
อันสิ่งแท้เที่ยงชี้ในชีวัน
คือ ตาย อันจุดหมายยากถ่ายเท
สัพเพ สัตตา มะรันติจะ มะริงสุจะ มะริสสาเร
ตะเถวาหัง มะริสสามิ นัตถิ เม เอตถะ สังสะโย
ว่าสัตว์โลกทั้งหลาย ตาย รออยู่
จงหมายรู้ความตายเช่นสายโซ่
ล่ามเอาไว้ผูกหลักเช่นพักโค
สุดจะโผผันผายลี้กายลับ
อนิจจังนั่นแท้มิแปรเปลี่ยน
เกิด แก่เวียน เจ็บลงแล้วปลงดับ
แม้นสังขารก็พังภินท์ทั้งสินทรัพย์
สุดจะนับของเราเกินเอาไป
คงเหลือชื่อชั่วดีมีหลักฐาน
แม้เนิ่นนานยังผนึกจารึกได้
หากทำดีคงมั่นเป็นขวัญใจ
แม้นชั่วไซร้คงสดับรับประณาม
อานิสงส์แห่งคำในธรรมนี้
หากวจีซึ้งซาบมิหยาบหยาม
ขอเป็นแรงกายใจแด่ไทยคาม
สิ้นเคราะห์ความโพยภัยที่ได้พาน
ขอให้สันติธรรมจงนำจิต
พาชีวิตร่มเย็นเป็นสุขศานติ์
ขออวยพรหมู่มิตรหวังนิพพาน
ถึงวิมานวิมุตติศรัยยามไกลกัน.
อาจแกล้งลืมได้ว่า ไม่มีวัน
แต่ใจนั้นคงกลับยิ่งกลัว
ทำในสิ่งที่ดีที่สุดในทุกวัน
#1 By peewa on 2009-05-30 11:43